Topic List

Submitted by Little Bear on 16 ธ.ค. 54 23:06

เหตุเกิดจากบ้านไหว หลายครั้งหลายครา ฮาร์ดดิสเกิดอาการ bad block หรือ bad sector มา 2-3 ตัวแล้ว ส่งผลให้ช้า อืด อื๊ด อืด i/o wait พุ่งปรี๊ด พาลให้หงุดหงิด และวันดีคืนดี ก็จะ boot ไม่ขึ้น และข้อมูลใกล้จะสูญหาย

เลยต้องเช็คหน่อยว่า มัน bad สักขนาดไหนกัน วิธีการ ให้ run sudo badblocks -b 512 /dev/sda เพื่อสแกนหาว่ามัน bad sector ตรงไหน (จะ sda คือทั้ง harddisk หรือจะ sda1 คือเฉพาะ partition ก็ได้)

root@god# sudo badblocks -vsb 512 /dev/sda

แต่หากอยากให้ทดสอบด้วยวิธีการเขียนลงไปด้วย เตือนก่อนว่าอันตราย ให้ใช้คำสั่ง

root@god# sudo badblocks -nsb 512 /dev/sda

หรือ

root@god# sudo badblocks -wsb 512 /dev/sda

หากหาเจอแล้วต้องการ verify ให้สั่ง

root@god# sudo dd if=/dev/sda of=/dev/null iflag=direct bs=512 skip=sector_number count=1

คำสั่งนี้ต้องใส่ sector_number ให้ถูกต้องจาก badblocks นะครับ แล้วผลควรจะเกิด IO error (ก็เพราะว่ามัน bad นะสิ) หากมันไม่ฟ้อง อาจเป็นได้ว่าใส่ค่าผิด

หากพบว่ามัน bad จริง แล้วอยากจะซ่อมกัน ก็ให้สั่ง

root@god# sudo dd if=/dev/zero of=/dev/sda oflag=direct bs=512 seek=sector_number count=1

ที่มา Is Disk Utility reliable? , คำสั่ง badblocks

Submitted by Little Bear on 22 ก.ค. 54 21:46

นาน ๆ ถึงจะได้ทำสักที ขอนำมาเก็บไว้ก่อนก็แล้วกัน

  1. ทำการเพิ่ม HDD ถ้าระบบรองรับ hotswap ก็เสียบเข้าไปเลยไม่ต้อง shutdown แต่ถ้าไม่รองรับหรือไม่มี hdd bay แบบเสียบได้เลยก็คงต้องปิดเครื่องก่อนแหละ

  2. เมื่อเพิ่ม hdd เสร็จแล้ว ก็เปิดเครื่อง login เข้า root (ตอน boot อาจจะแวะเข้า bios ตรวจสอบว่าระบบมองเห็น hdd ที่เพิ่มเข้าไป)

  3. โดยปกติ hdd ที่เพิ่มเข้าไปก็จะเป็น sdb หรือ sdc สำหรับลูกที่ 2 และ 3 ตามลำดับ

  4. สร้าง partition ด้วยคำสั่ง fdisk

    root@god# fdisk /dev/sdb
    กด p ดู partition ที่มีอยู่ ปกติ hdd ใหม่จะไม่มี partition แต่บางตัวก็จะมี utility partition ขนาดเล็กๆอยู่ ถ้ามีก็ลบออก แล้วสร้าง partition ตามต้องการ

    • d ลบ partition
    • n สร้าง partition
    • t กำหนด type ของ partition เสร็จแล้วกด w เพื่อบันทึก และออกจากโปรแกรมด้วย q
  5. format partiton ที่สร้างขึ้นใหม่

    root@god# mke2fs -j /dev/sdb1
    หรือ
    root@god# mkfs -t ext3 /dev/sdb1

  6. mount partition เข้าระบบ

    root@god# mkdir /backup
    root@god# mount /dev/sdb1 /backup
    

  7. อาจจะกำหนด label ให้ partition ที่สร้างใหม่

    root@god# e2label /dev/sdb1 /backup

  8. เพิ่มเข้าไปใน /etc/fstab เพื่อให้ mount ทุกครั้งที่ boot เครื่อง

    /dev/sdb1 /backup ext3 defaults 1 2

    หรืออ้างตามชื่อ label
    LABEL=/backup /backup ext3 defaults 1 2

ที่มา ThaiHostTalk.com - จะเพิ่ม HD ลูกที่ 2 ใน CentOS ต้องทำอะไรบ้างครับ

Submitted by Little Bear on 18 ก.ค. 54 12:11

ใกล้จะถึงเวลา harddisk Western Digital WD500GB เจ๊งอย่างถาวรแล้ว วันนี้เปิดเครื่องกี่ครั้งก็ไม่ขึ้น เลยต้องหยิบเอา harddisk สำรองมาลง Ubuntu แล้วเข้าไป repair ด้วยคำสั่ง

e2fsck /dev/[partition]

ดู partition ให้ดี ๆ นะครับ ที่ผมใช้อยู่เป็น sdb1 คำสั่งที่ได้เลยเป็น e2fsck /dev/sdb1

เมื่อขึ้น repair ก็ตอบ Y จนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น แล้วก็ทำการสำรองข้อมูลสำคัญไปไว้ที่อื่นซะโดยเร็ว

ขั้นต่อไปก็คือหาตังส์ไปซื้อ harddisk ตัวใหม่มาใช้งานโดยด่วน พรุ่งนี้ไปเก็บตังส์ แล้วจะได้รีบไปซื้อก่อนเลย

รอบนี้ที่ harddisk พังน่าจะเกิดจากการสั่นสะเทือน ที่บ้านพื้นเป็นไม้ เวลาเดินจะตึง ๆ บางครั้งเด็กก็กระโดดเล่นตอนที่กำลังทำงาน harddisk ก็เลย bad sector เป็นการ bad ที่ partition / ส่วน /home ยังคงปกติดีอยู่ ถือว่าโชคดีมาก ๆ อนาคตจะทำบ้านพื้นปูนแล้ว ใครจะกระโดดอย่างไร ก็ไม่กลัวแล้ว

Submitted by Little Bear on 3 มิ.ย. 53 17:21

เพิ่งไปซื้อ WD Elements external USB harddisk มา จะสำรองข้อมูลเก็บเสียหน่อย

ก่อนอื่นเลย จับมันมา format ใหม่ ให้เป็น ext3 เสียเลย ตามขั้นตอน HOWTO: Format a Western Digital USB hard drive as ext3, with automount

format นานหน่อย ตอนนี้กำลังรออยู่ว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ

Submitted by Little Bear on 12 ก.ค. 52 22:44
  1. Check what is the new hard disk device name with "fdisk -l", it shoul be something like /dev/sdb
  2. Create a partition on it, supose the disk is /dev/sdb: "echo -ne "n\np\n1\n\n\nw\n" | fdisk /dev/sdb1"
  3. Make a filesystem on the partition: mkfs.ext3 /dev/sdb1
  4. Create a directory where to mount the partition: mkdir /newdirectory
  5. Edit fstab an add at the end of the file:
    /dev/sdb1  /newdirectory  ext3  defaults 0 0
  6. now mount:
    mount -a

ps. echo -ne part? is

  1. n -> new partition
  2. p -> primary partition
  3. 1 -> number of the partition
  4. just enter, here you should enter the first block
  5. just enter, here you should enter the last block
  6. write the partition table to the disk.
Submitted by Little Bear on 5 มิ.ย. 52 12:22

ผมซื้อฮาร์ดดิสใหม่มาติดตั้งใน Ubuntu วิธีการติดตั้งดังนี้

1.ใช้ fdisk และ make.ext3 เพื่อกำหนดพาร์ทิชั่นให้กับฮาร์ดิสตัวใหม่

2.ทำการแบ่งพาร์ทิชั่นใหม่ (fdisk the partiion) บนฮาร์ดดินตัวใหม่โดยใช้โปรแกรม fdisk ตามขั้นตอนด้านล่าง

fdisk /dev/sdb
n
p
1
enter
enter
w

ระวัง หากพลาดจะทำให้ข้อมูลสูญหายทั้งหมดได้นะ

3.สร้าง ext3 filesystem ด้วยคำสั่ง

mkfs.ext3 /dev/sdb1

แล้วฮาร์ดดิสตัวใหม่ก็พร้อมที่จะถูก mount

ปล.อย่าลืมแก้ไขค่า /etc/fstab เพื่อเพิ่ม mount point ให้โดยอัตโนมัติหลังจากเปิดเครื่องซะด้วย

อ้างอิง

  1. install new harddisk on ubuntu box
  2. Ubuntu - How to add or create hard disk partition and make it automatically mount
Submitted by Little Bear on 14 ธ.ค. 50 22:33

เมื่อวานได้รับ Linksys NAS200 network storage พร้อม Harddisk Seagate  ST3250820SV SATA 250GB ที่ได้สั่งซื้อจากเพื่อน ผมสั่งซื้อ network storage มาใช้เนื่องจากกลัวว่าข้อมูล (สำคัญ) ใน harddisk จะหาย เพราะมีอาการแปลก ๆ หลายอย่าง ก็เลยหาทางปลอดภัยไว้ก่อน

พอได้มาปุ๊บก็อ่านคู่มือการติดตั้ง Quick Installation อย่างสั้น ๆ แล้วก็เริ่มลงมือติดตั้งเลย

  1. ถอดเอาฝาหลังของ NAS200 ออกมา แล้วเอา harddisk เสียบเข้าไป ทำได้ง่ายมาก ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรเลย เสร็จแล้วก็เอาฝาปิดให้เรียบร้อย

  2. ต่อสายกับไฟบ้าน ต่อสาย LAN เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ ผมยังไม่มี hub หรือ switch (เคยมีแต่ power adapter เสียไปแล้ว) ก็เลยใช้วิธีต่อสาย LAN แบบสลับสายแล้วเสียบเข้ากับเครื่องคอมโดยตรง

  3. เปิดคอม เปิด NAS200 คอยจนไฟขึ้นพร้อมใช้งาน และมีเสียง beep 2 ครั้ง ก็ใส่แผ่น CD เพื่อทำการติดตั้งครั้งแรก

  4. ทำตามขั้นตอนในการติดตั้ง จนถึงขั้นตอนในการระบุ IP ซึ่งผมไม่ได้ใช้ router ก็ทำตามที่แนะนำคือกำหนดให้เป็น fix IP ผมก็กำหนดเลย คือเอาไปไว้ที่ IP สุดท้าย คือ 192.168.1.255 sup netmask 255.255.255.0 แล้วก็ยืนยันเลย

  5. NAS200 ก็ทำการ save config แล้วเริ่มทำงาน

พอเสร็จสิ้นกระบวนการ ก็เกิดเรื่องเลย เครื่องคอมผมมองไม่เห็น NAS200 เลย ไม่เห็นแม้แต่ชื่อ mac address , ip หรือค่าต่าง ๆ ผมเหงื่อตกเลย เกิดอะไรขึ้น ก็เมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลย พอกำหนด IP เสร็จแล้วทำไมจึงเป็นอย่างนี้ ping ก็ไม่ได้ ทำอย่างไรก็หาไม่เจอ

ลองเปิดดูใน troubleshooting help ก็เลยถึงบางอ้อเลย เขาบอกกว่า IP ที่กำหนดนั้นต้องอยู่ในช่วง 192.168.1.1 - 192.168.1.254 แล้วทำไมผมถึงกำหนด 192.168.1.255 ไม่เข้าใจเหมือนกัน มีให้เลือกตั้งเยอะแยะ ดันไม่เลือก ไปเลือกเอาตัวเดียวที่เขาบอกว่าใช้ไม่ได้