สัพเพ-เหระ

สัพเพ-เหระ

คอหงส์ ฟ้าหม่น ฝนโปรย หมอกคลุม

โดย Little Bear on 21 ธ.ค. 53 11:54

สองสามวันผ่านมา ฝนตกทั่วฟ้าหาดใหญ่

Day 6 น้ำท่วม 53

โดย Little Bear on 6 พ.ย. 53 20:13

2010-11-06

ล้างกระเบื้อง ได้ 20 แผ่น ขนไปให้แม่ของสมศักดิ์ที่เกาะยอ สภาพสองข้างทางที่ขับรถผ่าน ต้นไม้ล้มเป็นระยะ ตลอดเส้นทาง ทุกต้นล้วนล้มไปทางทิศตะวันออก???

เกาะยอโดนพายุถล่มอย่างหนัก ต้นไม้ล้มระเนระนาด กระชังปลาเสียหาย ปลากระพงหลุดพ่านทั่วทะเลสาบและทะเลนอก คนตกปลากันเต็มไปหมด

เป็นพายุที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปีเลยกระมัง

ออกจากเกาะยอ แวะไปหาแม่ที่สิงหนคร ที่บ้านโดนลมพายุ กระเบื้องหลุดไปประมาณ 10 แผ่น แต่ซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว น้ำไม่เข้าบ้าน น้ำทั้งหมดล้วนเป็นน้ำจากฝน ที่นี่ไม่มีคลอง ไม่ใช่ทางผ่านของน้ำ น้ำนอกบ้านสูงประมาณเข่า ซึ่งนับว่าสูงมากสำหรับแถบนั้น

Day 5 น้ำท่วม 53

โดย Little Bear on 5 พ.ย. 53 08:22

2010-11-05

ฝนเริ่มตกมาอีกเมื่อตอนตี 4 จนเช้าแล้วยังไม่หยุด แต่ซาลงไปบ้างแล้ว

ช่วงเที่ยง พาแอวไปฉีดวัคซีนบาดทะยัก ไปที่เทศบาลเมืองคลองแห แต่วัคซีนหมดอายุ เลยไปโรงพยาบาลหาดใหญ่ ไปไม่ถึง รถติดมาก ๆ ยังเหลือระยะทางอีกไกล เลยตัดใจเลี้ยวกลับไปขึ้นลพบุรีราเมศร์ ไปที่โรงพยาบาล ม.อ. แทน หมดไป ห้าร้อยกว่าบาท

แวะไปเยี่ยมสมศักดิ์ น้ำท่วมแค่เอว ขนของขึ้นชั้นสอง น้ำแห้งแล้ว วันนี้ล้างบ้านเรียบร้อยแล้ว ยังรก ๆ อยู่บ้าง ทราบข่าวบ้านแม่ที่เกาะยอถูกพายุพัดหลังคาหลุดหายไปเป็นแถบ ไม่สามารถซ่อมแซมได้ คงต้องสร้างบ้านใหม่เลย หลังคาครัวพังไปพอสมควร พรุ่งนี้จะขนกระเบื้องที่บ้านไปให้ ช่วงนี้หาซื้อกระเบื้องไม่ได้เลย เป็นสินค้าอีกอย่างที่ขาดแคลน

Day 4 น้ำท่วม 53

โดย Little Bear on 5 พ.ย. 53 08:20

2010-11-04

ท้องฟ้าสดใส น้ำในบ้านแห้งหมดแล้ว น้ำหน้าบ้านแห้งหมดแล้ว น้ำบนถนนหน้าบ้านเหลืออีกนิดหน่อย บนถนนเต็มไปด้วยโคลน น้ำที่ปากซอยหน้าบ้านเหลือประมาณหัวเข่า

เตรียมตัวออกไปบ้านชาคริต ดูว่าพอจะช่วยอะไรได้บ้าง ป้ากุ้งขับรถไปส่งที่วัดเพื่อไปเอารถ ขับรถไปทางลพบุรีราเมศร์ ถนนโล่งตลอด พอมาถึงสี่แยกสนามบินนอก รถติดยาวเหยียดเกือบครึ่งกิโล กว่าจะผ่าออกไปได้ใช้เวลาเกือบชั่วโมง

ชาคริตอยู่ที่สถานีวิทยุ ม.อ. จัดรายการช่วยเหลือน้ำท่วม สักพักจึงตัดสินใจเข้าไปสถานีวิทยุ ม.อ. น่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ ระหว่างน้ำท่วมผมแทบไม่ได้ติดตามข่าวเลย ทำให้ต่อข้อมูลไม่ติดว่าได้มีการทำอะไรกันไปบ้าง

คืนนี้เลยนอนกันที่บ้านชาคริต

Day 3 น้ำท่วม 53

โดย Little Bear on 3 พ.ย. 53 21:31

2010-11-03

กลางดึกลุกขึ้นมาส่องไฟตรวจสอบน้ำเป็นระยะ ๆ จนประมาณตีสี่ จึงเห็นว่าน้ำเริ่มลดลงแล้วประมาณ 2 นิ้ว

เช้า น้ำลดลงเรื่อย ๆ แต่ยังคงพ้นเอวอยู่ ส่วนภายในครัวประมาณหัวเข่า น้ำยังคงเชี่ยว แต่ค่อยลดลง

บ่าย บ้านพี่กุ้งน้ำเริ่มต่ำกว่าพื้นห้องนอน พี่กุ้งซึ่งย้ายมานอนที่บ้าน กลับไปล้างห้อง แตนกับแอวไปช่วยกันล้างบ้านแอว

ผมได้รับโทรศัพท์จากเจี๊ยบ กอและ ขับรถเข้ามาได้จนถึงสุดถนนราดยาง เจอน้ำขวางหน้า ไม่สามารถเข้ามาได้ สอบถามความว่าถนนลพบุรีราเมศ รถสามารถวิ่งได้เกือบตลอดสายแล้ว หลังจากวางสาย เจี๊ยบขับรถไปบ้านเอ็กซ์ซึ่งกำลังทำขนมเพื่อแจกคนน้ำท่วม ผมลองดูความเป็นไปได้ว่าจะออกไปช่วยได้ไหม ตอนนี้น้ำก็ลดลงจนเกือบถึงพื้นห้องครัวแล้ว ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงอีกแล้ว จึงลองเดินออกไปปากซอยเพื่อดูว่าน้ำยังลึกและเชี่ยวขนาดไหน น้ำยังคงอยู่พ้นเอวหน่อย เชี่ยว แต่สามารถไปได้ หากพาเด็กออกไป คงต้องขึ้นบ่า ซึ่งก็มีความเสี่ยงอยู่

กลับมาถึงบ้านปรึกษากันว่าจะไปดีไหม ยังคงมีงานให้ต้องจัดการหลังน้ำลดอีกเล็กน้อย ล้างพื้นห้องครัวเสร็จ ก็คิดว่าจะออกไป

17.00 น. ไฟฟ้าติด จึงตัดสินใจค่อยไปพรุ่งนี้หลังจากจัดการกับบ้านให้เรียบร้อย

ปีนี้หาปลาไม่ได้สักตัว น้ำเชี่ยวมาก

Day 2 น้ำท่วม 53

โดย Little Bear on 2 พ.ย. 53 21:50

2010-11-01 กลางดึก

พายุเริ่มเข้าถึงบ้านประมาณสามทุ่มกว่า ลมพัดโหมกระหน่ำ บ้านสะท้านไหว เสียงลมหวีดโหย เสียงฟ้าครางครืน ประกาย สว่างวาบวับ สายฝนซัดกระหน่ำอย่ารุนแรง

หลอดไฟที่เปิดไว้ในห้องดับลง รอบกายมืดสนิท ผมลุกไปหยิบไฟฉายมาไว้ใกล้มือ แต่ไม่กล้าออกไปนอกบ้าน ครัว หน้าบ้าน กลางบ้านเปียกโชกจากสายฝนที่ลมพัดกระหน่ำเข้ามาจากหลังบ้าน

น่าแปลกที่พายุมาจากทางทิศตะวันออก แต่ลมกลับพัดมาจากทางด้านตะวันตก หรืออาจจะมาจากทุกทิศทางก็เป็นได้

นับเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดที่เคยเจอ

ผมนอนภาวนาข้อให้พ้นห้วงเวลานี้ไปได้ด้วยดีเถิด

ห้าทุ่ม ลมนิ่งสงบ สายฝนหยุดสนิท ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เมฆขาวลอยระเรี่ยท้องฟ้า หลังพายุสงบทุกอย่างหยุดนิ่งไร้การเคลื่อนไหว ยกเว้นเพียงเสียงกบเขียดร่ำร้องอย่างร่าเริง

พายุผ่านพ้นไปแล้ว

ผมเปิดประตูออกไปดูพี่สาว เพื่อนำรถไปจอดที่บ้านข้าง ๆ ที่สูงกว่า แล้วกลับมาเข็นรถมอร์เตอร์ไซด์ตนเองไปด้วย น้ำหน้าบ้านเริ่มพ้นหัวเข่าแล้ว

น้ำเริ่มล้นตลิ่งคลองตอนห้าทุ่ม หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย น้ำหน้าบ้านก็ขึ้นมาถึงหน้าแข้ง แอว เพื่อนบ้านขอมาอาศัยอยูด้วยหลังจากส่งตายายไปบ้านที่ปลอดภัย

2010-11-02

เช้า หลังจากขนของในครัวขึ้นบนเรือนเรียบร้อย ได้รับโทรศัพท์จากน้องที่หน้าโรงเรียนหนองนายขุ้ยว่าน้ำหน้าโรงเรียนขึ้นมาถึงตาตุ่มแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะขึ้นอีกเรื่อย ๆ ผมจึงออกไปบ้านป้าไรเพื่อย้ายรถไปจอดที่วัดซึ่งเป็นจุดที่สูงกว่า

ผมออกไปพร้อมกับเแอว แนน มอส และน้องอีก 2 คน ถึงปากซอน น้ำประมาณคอไหลเชี่ยวกราก เราผูกเชือกเข้าด้วยกัน พยายามเดินฝ่าสายน้ำที่ไหลผ่านถนน น้ำถึงคอทำให้เท้ายึดถนนยากมาก แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ลองเดินไปทางถนนที่ใกล้กว่า แต่น้ำเชียวมาก ๆ เลยตัดสินใจไปตามถนนที่ไกลกว่า แต่น้ำไม่เชี่ยว

หลังจากย้ายรถเรียบร้อย จึงแวะเข้าไปในวัด ซึ่งกำลังมีงานทอดกฐิน แต่น้ำท่วม ทำให้ไม่มีใครมาในงานเลย

ขากลับ ตัดสินใจกลับทางถนนสายใกล้ซึ่งน้ำเชี่ยวมาก (ตอนมาฝ่ามาไม่ได้) ขากลับมีเพื่อนบ้านร่วมทางเพิ่มมากอีก 2 คน คือ เจษ กับหลวงรัต

หลังจากฝ่าสายน้ำเชี่ยวบนถนนสายแรกมาได้อย่างยากลำบาก เลี้ยวซ้ายอีกครั้งเพื่อจะไปให้ถึงปากซอยที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร ต้องเดินตัดสายน้ำเชี่ยวและน้ำลึกมาก เราเดินถลำไปตามสายน้ำเข้าไปในร่องถนนที่น้ำลึกเกินไปจนไม่เท้าไม่สามารถยึดพื้นไว้ได้

6 คนลอยจากพื้นถนน น้ำซัดไปทางสวนยาง ผมยึดรั้วลวดหนามไว้ได้ เหล็กแหลมของลวดหนามทิ่มตำทั้งมือและเท้า ผมพยายามยึดไว้ไม่ให้หลุด แอวซึ่งผูกเชือกกับเอวไว้กับผม ลอยไปติดที่รั้วลวดหนามห่างจากผมเกินที่จะจับไว้ได้ ส่วนที่เหลือผ่านรั้วไปเกาะติดอยู่กับต้นยาง

ทุกคนตกใจ ยึดรั้งต้านทานสายน้ำอย่างสุดแรง

ผมบอกแอวให้ส่งมือไปให้แนนกับน้องที่เกาะต้นยางใกล้ ๆ แอวที่ตกใจมาก ๆ พยายามจนสามารถไปเกาะต้นยางไว้ได้ ผมจึงปล่อยตัวเองให้ลอยไปเกาะต้นยางไว้ด้วยกัน และตรวจสอบเชือกที่ผูกไว้ ผูกใหม่ให้แน่นหนา

เจษกับหลวงรัต ไม่ได้ยังคงอยู่บนถนน ถอยกลับมาสู่น้ำตื้น และรีบไปเรียกคนมาช่วย

ทั้ง 6 คน มีคนว่ายน้ำไม่เป็นอยู่ 2 คน คือ แอวกับแนน ทำให้ผมไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ในขณะที่มอสได้ว่ายน้ำไปมาระหว่างต้นยางเพื่อตรวจความแรงของน้ำ ซึ่งบางจุดน้ำไม่ได้เชี่ยวมากนัก บางจุดน้ำตื้นพอจะยืนได้ แต่ผมก็ไม่สามารถพาทั้งสองคนออกไปจากต้นยางนั้นได้ ทั้งด้วยความตกใจกลัวของทั้งสองคน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก ผมพยายามปลอบแอวให้เย็นเข้าไว้ท่ามกลางสายน้ำที่เย็นเฉียบจนเท้าเกือบจะเป็นตระคริว

ทุกคนเกาะต้นยางไว้แน่น รอคอยความช่วยเหลือ

เสียงเรือหางยาวดังมาจากที่ไกล ๆ ดังใกล้เข้ามา ผมตะโกนออกไป

"โห้ โห้ เรือ ช่วยทางนี้" เสียงเรือใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา ผมตะโกนซ้ำอีกหลายครั้ง เสียงเรือค่อย ๆ ห่างออกไป ผมหมดหวัง คนเรือคงไม่ได้ยินเสียงพวกเรา

ผ่านไปอีกเนิ่นนาน แต่ด้วยความหวังว่าต้องมีคนมาช่วยแน่นอน

ลุงล้อมค่อยพายเรือมาบนถนนที่เต็มไปด้วยน้ำ ผมเห็นแต่ไกล บอกกับทุกคนว่าเรารอดแล้ว

เรือพาแอวซึ่งยังคงตกใจไปส่งก่อนเป็นคนแรก ผ่านไปอีกนาน จึงได้วกกลับมาช่วยแนนกับน้องผู้หญิงไป

ผมกับอีก 2 คนตัดสินใจไม่คอยเรือ น้ำในสวนยางไม่ได้เชี่ยวมากนัก เราไม่สามารถว่ายทวนน้ำไปบนถนนได้ จึงตัดสินใจว่ายเกาะต้นยางไปทีละต้น ทีละต้น ผ่านสวนยางสวนแรกไปได้ น้ำไม่เชียวแต่ยังไม่มีทางออก เข้าไปสู่สวนยางสวนที่สอง จึงมีทางออกไปสู่ถนนได้

เราเดินกลับบ้านด้วยความเหนื่อยอ่อนและเพิ่งเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวดแผลจากลวดหนาม

น้ำยังคงขึ้นเรื่อย ๆ ยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลงแต่อย่างใด โทรศัพท์ที่ใส่ไว้ในถุงพลาสติกมีน้ำเข้าไปในถุงและเข้าไปในเครื่อง

โทรศัพท์อื่น ๆ เริ่มหมดแบตเตอรีลงไป นึกได้ว่าเรามีรถยนต์จอดอยู่สองคัน มีสายชาร์จในรถ จึงอยู่รอดไปได้อีกหนึ่งคืน

ค่ำนี้ เรากินเข้าแต่เย็นท่ามกลางแสงเทียน ผมเข้านอนแต่หัวค่ำ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เข้านอนตั้งแต่ 1 ทุ่ม ผมนอนไม่หลับ จึงเขียนบันทึกนี้ท่ามกลางความมืดมิดด้วย Android WPAD แล้วจึงมาเรียบเรียงใหม่อีกครั้งในตอนค่ำของวันรุ่งขึ้น

หวังว่าคืนนี้น้ำคงจะเริ่มลด

ภาพยังไม่สะดวกส่ง ค่อยตามมาภายหลัง

Day 1 น้ำมาอีกแล้ว

โดย Little Bear on 1 พ.ย. 53 19:45

กลายเป็นเรื่องปกติของเกือบทุกปี เพียงแต่ปีนี้อาจจะมามากกว่าปกติ

2010-11-01

10.00 น. ออกไป Big C ซื้อของกินมาสำรองไว้ก่อน สินค้าที่ขายดีที่สุดของ Big C คือ ม่าม่า กับปลากระป๋อง หมดเกลี้ยงเกือบทุกยี่ห้อ โดยเฉพาะม่าม่าต้มยำกุ้ง รุ่นยอดนิยม เลยได้ยี่ห้ออื่นมาสำรองไว้ก่อน ได้ไข่ไก่มา 1 แพ็ค หมู ปลา เอามาแช่ตู้เย็นไว้ก่อน

11.00 น. แวะรับเด็ก ๆ ที่โรงเรียน ฝนตกหนักมาก ที่โรงเรียนเลยให้เด็กกลับบ้านก่อน ตอนออกจากบ้าน น้ำเริ่มขังที่ปากซอย แต่ยังไม่ท่วม ขากลับน้ำเริ่มเต็มแล้ว

12.00 น. ตัดสินใจเอารถไปฝากไว้บ้านคนรู้จักแถวหน้าโรงเรียน

15.00 น. กลับเข้าบ้านอีกที น้ำที่ปากซอยขึ้นมาถึงหัวเข่าแล้ว แวะไปดูหลังบ้าน น้ำเหลืออีกครึ่งเมตรจะล้นฝั่ง แน่นอนแล้วว่าน้ำล้นคลองแน่นอนภายในคืนนี้ เลยทำถุงทรายกั้นห้องครัวไว้ก่อน

19.45 น. ระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาพหลังบ้าน ยังเหลืออีกประมาณ 50 ซ.ม. ขณะที่น้ำปากซอยเข้าบ้านท่วมเพียงหน้าแข้งกว่า ๆ ตอนนี้คาดว่าน่าจะประมาณหัวเข่า

คาดว่าภายในคืนนี้น้ำคงล้นเข้าสวน(โดยไม่ต้องลุ้น) ส่วนจะเข้าบ้านหรือไม่ต้องคอยลุ้นอีกที

ปากซอยเข้าบ้าน ตอนบ่าย น้ำแค่เข่า

นกแอ่น

โดย Little Bear on 1 ส.ค. 53 10:23

พาครอบครัวเที่ยวเดือน ก.ค. 53 ครั้งนี้พากันไปเข้าวัด ถวายสังฆทาน แล้วกินข้าววัดไป 1 มื้อ หลังจากอิ่มหนำกันแล้ว ก็บรรเลงเพลงให้ท่านหลวงปู่ฟัง เอ้ย ไม่ใช่ เด็ก ๆ ซ้อมเพลงนกแอ่นกัน ดูได้จากวีดิโอนะ

จะทำอย่างไรเมื่อยางรถระเบิดขณะ ขับรถอยู่

โดย Little Bear on 28 มิ.ย. 53 10:36

มีประโยชน์มาก และช่วยกันส่งต่อด้วยนะ ขับรถให้ปลอดภัย

กรณีที่ 1 เมื่อยางรถระเบิดขณะขับ

รถยางระเบิดในขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้

  1. มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง
  2. ถอนคันเร่งออก
  3. ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจมองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง
  4. แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะว่าจะทำให้รถหมุน
  5. ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถ จะไม่เกาะถนนรถจะลอยตัวและจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลักเพราะการเหยียบคลัตช์เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ขาดจากเพลา
  6. ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน
  7. เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ
  8. เมื่อความเร็วลดลงระดับควบคุมได้ ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถ

ข้อสังเกตเมื่อยางระเบิดคือ ไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้า หรือล้อหลังก็ตาม เมื่อระเบิดด้านซ้าย รถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน แล้วก็จะสะบัดกลับ และสะบัดไปด้านซ้ายอีกทีสลับกันไปมา และในทำนอง ตรงกันข้ามหากระเบิดด้านขวา อาการก็จะกลับเป็นตรงกันข้าม

อุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็คือ หากขณะยางระเ บิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมาก ๆ พอยางระเบิดขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูง ๆ จึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้

เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นในขณะขับรถ จึงไม่ควรขับรถเร็ว ( ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

กรณีที่ 2 เมื่อรถตกน้ำ

ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุแล้วตกลงไปในแม่น้ำ ลำคลองใด ๆ ก็ตาม รถจะไม่ตกลงไปในน้ำแล้วจมทันที เหมือนหินตกน้ำ แต่จะค่อย ๆ จมลงทีละน้อย ๆ จนกว่าจะถึงพื้นล่างและในนาทีวิกฤตนี้ ควรตั้งสติให้ดีและปฏิ บัติดังต่อไปนี้

  1. ปลด SAFETY BELT ออกทุก ๆ คน รวมทั้งผู้โดยสารด้วย
  2. อย่าออกแรงใด ๆ เพื่อสงวนการใช้อากาศหายใจซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนจำกัด
  3. ให้ยกส่วนศีรษะให้สูงเหนือระดับน้ำที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในรถ
  4. ปลดล็อกประตูรถทุกบาน
  5. หมุนกระจกให้น้ำไหลเข้าในรถเพื่อปรับความดันในรถและนอกรถให้เท่ากัน มิฉะนั้นท่านจะเปิดประตูรถไม่ออก เพราะน้ำจากภายนอกตัวรถจะดันประตูไว้
  6. เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุด แล้วท่านก็ออกจากห้องโดยสารของรถได้
  7. จากนั้นท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ หรือจะว่ายน้ำขึ้นมาก็ได้

ในกรณีนี้หากน้ำลึกมาก ๆ อาจจะมองไม่เห็นว่าทิศใดเหนือน้ำ ทิศใดใต้น้ำเพราะว่ามืดไปหมด ไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำ เพราะอาจจะว่ายไปในทิศทางที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ กรณีเช่นนี้ควรปล่อยตัวให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติ หรือลองเป่าปากดูว่าฟองอากาศลอยไปในทิศทางใด ให้ว่ายน้ำไปในทิศทางที่ฟองอากาศลอยไป ก็จะไม่มีอาการหลงน้ำ

นอกจากนั้นก่อนออกจากรถหากท่านมีผู้โดยสารที่เป็นเด็ก ๆ อาจจะหนีบเด็ก ๆ นั้นออกมากับท่านได้อีกหนึ่งคน

ดังนั้นหากท่านปฏิบัติตามวิธีการเหล่านี้ ก็จะช่วยให้ชีวิตของท่านปลอดภัยได้ในยามคับขัน

อยากให้ทุกคนส่งต่อไปให้เพื่อน ๆ และคนรู้จักให้มาก ๆ เลยนะ เป็นการช่วยเหลือกันหากเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้นมา การมีความรู้ในขั้นตอนในการควบคุมยานยนต์ และ การปฏิบัติตนในขณะเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ สามารถช่วยลดอัตราการตาย และการบาดเจ็บได้แน่นอน

ถ้าจะให้ดีพริ้นเก็บไว้ในรถของทุกคนเลยก็ดีนะจะได้เอา ไว้อ่านทบทวนกันได้

ขอให้ทุกคน ขับรถอย่างปลอดภัย ไม่เกิดอุบัติเหตุใด ๆ

ปล. เรื่องนี้ได้มาจาก FF Mail เห็นว่าพอมีประโยชน์ แต่ไม่อยากส่งต่อเมล์ เลยเอามาแปะไว้ที่นี่แล้วกัน