หัวขโมยในโลกไซเบอร์ กับกรณีเชือดไก่ให้ลิงดู
หัวขโมยในโลกไซเบอร์ กับกรณีเชือดไก่ให้ลิงดู
ณ ปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตถือเป็นอีกเทคโนโลยีที่สำคัญยิ่ง และมันก็ได้ก้าวล่วงมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายคน
แต่ในโลกไซเบอร์ที่สุดแสนจะอิสระ มีข้อมูลข่าวสารให้เราได้รับรู้อย่างมากมาย แถมใครที่ใคร่แสดงความคิดเห็น ก็เชิญได้อย่างเต็มที่โดยแทบจะไม่มีการปิดกั้นนั้น ก็ใช่ว่าจะดีไปซะทุกอย่าง
เพราะความเสรีแบบสุดขั้วนี้ บางคราวก็ได้กลายเป็นอาวุธแหลมคม ที่ย้อนกลับมาทำลายผู้ที่ใช้มัน
โดยเฉพาะการเขียนงานวรรณกรรมลงในเว็บบอร์ดต่างๆ
นักเขียนและนักอยากเขียนหลายคน เขียนเรื่องราวหลากประเภทลงตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่เปิดพื้นที่ให้แสดงผลงานกันอย่างสนุกสนาน และมีความสุขกับการที่เพื่อนพ้องในโลกไซเบอร์ได้มาช่วยแสดงความเห็นเกี่ยวกับงานของตน
แต่หลายคนก็โชคร้าย ดันโดนคนนิสัยเสียขโมยงาน ด้วยวิธี Copy+Paste แล้วเอาไปแอบอ้างในเว็บต่างๆ ว่าเป็นผลงานของจอมโจรซะเอง
ที่หนักกว่านั้นคือ มีการเอางานที่ขโมยมาส่งไปตามหน้านิตยสารต่างๆ และเสนอสำนักพิมพ์เพื่อพิมพ์รวมเล่มซะด้วย สุดจะแสบไหมล่ะ
ถึงบ้านเราจะมีกฎหมายลิขสิทธิ์คอยคุ้มครองอยู่ แต่กรณีนี้ก็เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์อยู่เป็นนิจ เพราะเป็นคดีที่จับมือใครดมยาก แถมเมื่อจับได้ก็ยอมความให้อภัยกันไป พวกหัวขโมยก็เลยได้ใจทำแล้วก็ทำอีก
แต่ตอนนี้ถึงคราวที่พวกชอบละเมิดทั้งหลายจะต้องสะดุ้งสะเทือนกันบ้างแล้วล่ะ เพราะเจ้าของผลงานวรรณกรรมในโลกไซเบอร์หลายคน ที่ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่ยอมความให้อภัยกันอีกแล้ว งานนี้ฮึดสู้กันถึงขั้นแจ้งความให้เป็นกรณีตัวอย่าง แบบเชือดไก่ให้ลิงดูกันเลยทีเดียว
คิงเพนกวิน นักเขียนนิยายหลากแนว ที่หนอนหนังสือในโลกอินเตอร์เน็ตรู้จักกันดี ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกกระทำ และได้ลุกขึ้นมาต่อสู้จนถึงโรงพักกันเลยทีเดียว
"โดนลอกเรื่อง "ฟงอวิ๋นฉบับเฮฮา" ซึ่งเป็นนิยายแนวแฟนฟิคชันล้อเลียนภาพยนตร์ ซึ่งเขียนตั้งแต่ปี 2002 และก็โพสต์ลงในอินเตอร์เน็ต ด้วยความที่เป็นเรื่องตลกเลยมีคนอ่านเยอะ เพื่อนๆ ก็เชียร์ให้ทำเป็นหนังสือทำมือ เลยโทร.ไปขออนุญาต สนพ.บูรพัฒน์ ทำออกขายในงานการ์ตูนของสำนักพิมพ์ VBK
"จนกระทั่งปีนี้ก็มีคนมาบอกว่านิยายโดนลอก เลยเข้าไปดูที่เกิดเหตุในเว็บเด็กดีด้วยความงง อึ้งมากๆ เพราะเขาบอกว่าอ้างอิงของเรามา แต่พอเราอ่านแล้วก็เห็นว่าลอกของเรามาทั้งดุ้นเลย เปลี่ยนแค่วันที่เอง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่โดนลอก เลยตัดสินใจว่าพอกันที"
คิงเพนกวินได้ไปแจ้งความดำเนินคดีคู่กรณี เพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง และต้องการให้บทเรียนกับผู้กระทำผิดซึ่งยังเป็นนักศึกษาอยู่ให้หลาบจำ โดยต้องการเพียงจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการ
เรื่องของคิงเพนกวินจบลงด้วยดีภายใน 11 วัน เพราะหลังจากเจอหมายเรียกแล้วนั้น คู่กรณีก็ยอมมาเจรจา (ถึงจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายก็เถอะ) และทำหนังสือยอมรับผิดทุกประการให้
"ไม่ติดใจเอาความมากกว่านี้ เพราะคดีละเมิดลิขสิทธิ์เป็นคดีอาญา ยอมความกันภายหลังไม่ได้ เว้นแต่เจ้าทุกข์จะถอนฟ้อง แต่ผู้ละเมิดก็จะถูกลงประวัติไว้ในทะเบียนการศึกษา ซึ่งจะมีผลต่ออนาคต"
คิงเพนกวินยังฝากมาบอกมือลอกทั้งหลายอีกด้วยว่า ความมักง่าย คิดสั้นแบบตื้นๆ ที่ต้องการงานของผู้อื่นไปประดับเว็บตัวเอง หรือต้องการคำชมเล็กๆ น้อยนั้น อาจทำให้เสียใจทั้งชีวิตก็ได้ ขอให้ช่วยคิดหนักๆ คิดนานๆ ก่อนจะลอก เพราะการอ้างคำว่า "ไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย" หรือ "ไม่ได้ตั้งใจ" ใช้ให้การต่อหน้าตำรวจหรือศาลไม่ได้หรอก
อีกกรณีหนึ่งคือผลงานของเจ้าของนามปากกาว่า รัตตะ ที่โดนจอมโจรมืออาชีพอย่าง สาวน้อยมายา ก๊อบปี้งานเขียนไป แถมยังไม่ได้เอาไปประดับเว็บ แอบอ้างว่าเป็นของตัวเองเฉยๆ เท่านั้นนะ เพราะงานนี้เธอเล่นเอาไปเสนอนิตยสารเลยทีเดียว
"คือมีเพื่อนคนหนึ่งที่เป็น บ.ก.ได้จ้างให้เขียนเรื่องแนวโรแมนติค-แฟนตาซี เพื่อทำเป็นรวมเรื่องสั้น ก็เลยเขียนเรื่อง Man from Venus : ผู้ชายจากดาวศุกร์ส่งไปให้ และเพื่อนก็ได้ชวน สาวน้อยมายา เขียนด้วย แต่เขาไม่เข้าใจแนวเรื่อง เพื่อนก็เลยส่งไฟล์งาน Man from Venus ให้ดูเป็นตัวอย่าง สักพักหนึ่ง สาวน้อยมายาก็เอาเรื่องนี้มาโพสต์ลงในเว็บพันทิป และบล็อคต่างๆ ของตัวเอง แถมยังเอาไปขายให้นิตยสารไอน้ำอีกด้วย"
ที่เรื่องมันแดงขึ้นมานั้น รัตตะเล่าว่า เป็นเพราะเธอเห็นว่าโครงการรวมเล่มเรื่องสั้นซาไป
รัตตะจึงนำเรื่องนี้ไปโพสต์ในเว็บพันทิปบ้าง ซึ่งทำให้ทาง บ.ก.ของไอน้ำแจ้งมายังเธอว่ามีการโพสต์เรื่องสั้นซ้ำกัน และสาวน้อยมายาก็ส่งเรื่องนี้ไปที่ไอน้ำด้วย
รัตตะก็เลยตั้งกระทู้พันทิป เพื่อให้สาวน้อยมายาขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พอโพสต์ก็เลยทำให้รู้ว่า ที่เจอเข้าไปไม่ใช่แค่เธอคนเดียว เพราะคู่กรณีกับสาวน้อยมายา ยังมีอีกถึง 3 ราย คือ ภดาวัน-ชามี เมเม่จัง และพระจันทร์โศก ซึ่งโดนลอกงานรวมกันแล้วเกือบ 10 ชิ้น แถมยังมีการนำไปขายเหมือนกันอีกด้วย ซึ่งบางรายก็ได้ดำเนินคดีทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาแล้ว
"เขาก็เขียนจดหมายมาขอโทษ เราเองถึงจะไม่แจ้งความอย่างอีก 3 ท่าน แต่ก็แจ้งไปยังมหาวิทยาลัยที่เขาเรียน ซึ่งทางคณบดีก็รับกรณีนี้ไม่ได้อย่างมาก สาวน้อยมายาก็เลยโดนพักการเรียนจนกว่าคดีความที่ทุกเจ้าทุกข์แจ้งความไว้นั้นจะสิ้นสุดลง ซึ่งตอนนี้คดีอยู่ระหว่างดำเนินการ ก็ต้องติดตามกันต่อไป"
เฮ้อ ความมักง่ายของตัวเองเล่นเอาหมดอนาคตกันเลยทีเดียวนะเนี่ย
นอกจากเรื่องสั้น-นวนิยายแล้วนั้น ขนาดกวีก็โดนเหมือนกันนะ แถมคนที่โดนยังไม่ธรรมดาซะด้วย
เพราะเขาคือ มนตรี ศรียงค์ กวีผลงานคุณภาพ ที่เพิ่งจะได้รับรางวัลพิเศษประเภทกวีนิพนธ์ จากผลงานเรื่อง "การพังทลายของทางช้างเผือก" รางวัลเซเว่นบุ๊ค อวอร์ด ในปีนี้เอง
มนตรีเล่าให้ฟังว่า มีคนคนหนึ่งใช้ชื่อว่า คนบริสุทธิ์ ขโมยกวีประมาณสิบกว่าบทของเขาไปโพสต์ในห้องถนนนักเขียนและกวีการเมืองในเว็บพันทิป แถมยังร่ายยาวได้ถึงที่มาที่ไป ทำเอาเจ้าตัวถึงกับอึ้งไปเลย
"เขาโพสต์แล้วเขาอธิบายงานเขียน ที่มา แรงบันดาลใจของงานได้ ในใจอึ้งเลยว่าคุณเก่งนะ เก่งได้ขนาดนี้ แต่เขียนเหมือนผมเลย ทุกตัวอักษรเลย 10 กว่าชิ้น จนผมต้องตั้งกระทู้ถาม เขาก็ไม่เคยตอบมา ผมก็หาว่ามีใครเอางานไปอีกหรือเปล่า ปรากฏว่าเขาเอางานชื่อว่า ไปด้วยกันสิ ที่เคยพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ ไปเผยแพร่และอ้างว่าเขาเขียน"
หลังจากที่จับกันได้ตามกันเจอ จนข่าวแพร่กระจายไปทั่วเว็บต่างๆ เจ้าของนามว่า คนบริสุทธิ์ ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น คนแล้วคนเล่า และ จอมมาร ณ หมู่บ้านหมื่นอักษร พร้อมพฤติกรรมที่ยังคงเดิม จนมนตรีทนไม่ได้ ต้องลุกมาตั้งกระทู้ถามอีกครั้ง และได้คำตอบที่ทำให้เขาตัดสินใจเลือกทางออกด้วยการแจ้งความ
"เขาตอบกระทู้ผมแบบกำกวม ไม่ยอมรับผิด มีท่าทีว่าจะฮุบงานผมไปเป็นของเขา แถมยังทำให้ผมดูเป็นคนผิด ตรงนี้ทำให้ผมหมั่นไส้มาก ซึ่งข้อความนั้นผมเซฟไว้แล้ว และจะเป็นหลักฐานให้ทางตำรวจ เพราะตอนนี้ผมสามารถสืบได้แล้วว่าเขาเป็นใคร แจ้งความเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองผมแน่ชัด คดีมีอายุความ 20 ปี ซึ่งใน 20 ปีนี้ เขาต้องสะดุ้งอยู่เรื่อยๆ"
มนตรียังบอกอีกว่า สาเหตุหนึ่งที่แจ้งความนั้นเป็นเพราะไม่อยากจะมีปัญหาในการรวมเล่ม และการส่งผลงานเข้าประกวด ซึ่งปีหน้าก็ตั้งใจว่าจะส่งชิงซีไรต์อีกด้วย จึงตัดไฟแต่ต้นลมเสียดีกว่า
"อินเตอร์เน็ตเป็นโลกที่ก้ำกึ่งระหว่างจริงกับฝัน แต่มันส่งผลจริง เหมือนอย่างที่โดนขโมยงานไปรวมเล่มขาย เราโดนปู้ยี่ปู้ยำมามากแล้ว งานเขียนเป็นเรื่องของภูมิปัญญา ถ้าอยากให้สังคมอุดมปัญญา ก็ดูแลกันให้ดีๆ ก่อน ถ้าเขียนไม่ได้ ก็ปรึกษาคนอื่น เพื่อพัฒนาการเขียน"
มนตรีบอกว่า เรื่องนี้วิธีแก้มีทางเดียวเลย คือ ต้องเร่งสร้างจิตสำนึกให้คนในสังคม
"ความมักง่ายของสังคมเราเยอะมาก ความมักง่ายทางภูมิปัญญาเป็นเรื่องที่น่ากลัว คุณกำลังสร้างอาณาจักรคุณขึ้นมาด้วยการโกหกตัวเองและคนอื่น มันเป็นเรื่องจอมปลอมเกินไป"
ถึงอย่างไรก็ตาม มนตรีเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้บั่นทอนกำลังใจในการทำงานของเขาเลย
"ผมให้ค่าพวกนี้เป็นแค่กาฝาก วัชพืชที่ลอยอยู่ตามน้ำ ผมหมั่นไส้ว่าเขาอยากเป็นผมขนาดนั้นเชียวหรือ เขาคิดว่าชีวิตผมสบายมากหรือไง มันเป็นการเข้าใจผิด กว่าจะได้งานแต่ละชิ้น ผมทำงานหนัก ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่ได้สวยงามขนาดนั้น อย่าฝันมากเกินไป ออกจากความฝันมาสู่ความจริงบ้าง"
เหล่าขโมยทั้งหลาย รู้กันบ้างไหมว่า กว่าที่นักเขียนจะกลั่นกรองความคิด และถ่ายทอดเป็นตัวอักษรในแต่ละเรื่องราวได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ฉะนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจ Copy+Paste นั้น น่าจะไตร่ตรองให้ถ้วนถี่เสียก่อนนะ
เพราะถ้ารักจะเป็นนักเขียนอาชีพจริงๆ แล้วล่ะก็ อย่าตัดอนาคตตัวเองด้วยวิธีนี้อีกเลย เพราะต่อไปนี้คงไม่มีใครยอมความกันง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วล่ะ
งานวรรณกรรม (สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์) เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ที่กฎหมายให้ความคุ้มครองซึ่งผู้สร้างสรรค์จะได้รับความคุ้มครองทันทีโดยไม่ต้องจดทะเบียน และเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน ให้เช่า ฯลฯ ตาม พ.ร.บ ลิขสิทธิ์ 2537 มาตรา 6 วรรค 2 ซึ่งหากมีการทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ เช่น นำออกจำหน่ายในท้องตลาด ย่อมถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
หน้า 24 มติชนรายวัน วันเสาร์
www.matichon.co.th/matichon/matichondetail.php?stag=01ent01181149&day=2006/11/18
ข้อมูลมีคลาดเคลื่อนอยู่นิด ตรงที่เขาว่า คนบริสุทธิ์ ลอกงานชื่อ ไปด้วยกันสิ ของผม ก็เข้าใจนะ นักข่าวเขาอาจงง เพราะกรณีของผมมันซับซ้อนอยู่โข
เดือนหน้า รึอย่างช้าอาจจะเลื่อนไปมกรา ปี 50 เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทยร่วมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดเสวนาเรื่องกรณีการขโมยงานเขียนและลิขสิทธิ์ ผมต้องไปพูดด้วยเพราะเป็นกรณีที่ชัดสุด อีกทั้งที่อยู่ที่ยืนในวงการวรรณกรรมค่อนข้างชัดเจน
วันก่อนเครือข่ายนักเขียนฯโทรฯหาไอ้คนใช้ชื่อ คนบริสุทธิ์ มันบอกว่าถ้าผมติดใจก็ให้ผมไปฟ้องศาลเอา
มันจะคุ้มมากน้อยแค่ไหนเนี่ยกะการฟ้องศาล?